วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เรื่องที่เรียนวันที่ 25 กรกฎาคม 2551

บทที่ 5
ฐานข้อมูลและระบบจัดการฐานข้อมูล

โครงสร้างของระบบแฟ้มข้อมูล
ในการทำงานของระบบแฟ้มข้อมูลคอมพิวเตอร์ โครงสร้างแฟ้มข้อมูลประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ลำดับจากหน่วยที่เล็กที่สุดไปยังหน่วยที่ใหญ่ที่สุด ดังนี้
1. บิต (Bit)
2. ไบต์ (Byte)
3. ฟิลด์ (Field)
4. ระเบียน (Record)

ฐานข้อมูล
ฐานข้อมูล หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันไว้ด้วยกันในรูปแบบที่สามรถเรียกใช้งานได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยการนำข้อมูลมาจักเก็บในระบบฐานข้อมูลนั้น จะต้องใช้โปรแกรมที่มีหน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูล ที่เรียกว่าระบบจัดเก็บฐานข้อมูล (Database Management System : DBMS) มาเป็นเครื่องมือในการสร้างระบบฐานข้อมูล

ระบบจัดการฐานข้อมูล (Database Management System : DBMS)
1. การจัดการพจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary Management)
2. การจัดการในการเก็บข้อมูล ( Data Storage Management)
3. การแปลงและนำเสนอข้อมูล ( Data Transformation and Presentation)
4. การจักการความปลอดภัยของข้อมูล ( Security Management)
5. การควบคุมการเข้าถึงของผู้ใช้หลายคน ( Multi-user Access Control)
6. การจัดการสำรองข้อมูลและกู้คืนข้อมูล (Backup and Recovery Management)
7. การควบคุมความถูกต้องขอข้อมูล (Data Integrity Management)
8. ภาษาที่ใช้ในการเข้าถึงฐานข้อมูลและการเชื่อมต่อกับโปรแกรมประยุกต์ (Data Access Languages and Application Programming Interfaces)
9. การติดต่อสื่อสารข้อมูล ( Database Communication Interfaces)

โปรแกรมระบบจัดการฐานข้อมูล
โปรแกรมระบบจัดการฐานข้อมูลที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ได้แก่ Oracle DB2 MySQL ProgreSQL Microsoft SQL Server ซึ่งเน้นกลุ่มผู้ใช้งานระดับองค์การขนาดกลางขึ้นไป สำหรับองค์การขนาดเล็กโปรแกรม Microsoft Access จัดว่าเป็นโปรแกรมที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและได้รับความนิยมอย่างสูงสุดในปัจจุบัน

บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับระบบฐานข้อมูล
1. ผู้บริหารฐานข้อมูล
2. นักออกแบบฐานข้อมูล
3. นักวิเคราะห์ระบบโปรแกรมเมอร์
4. โปรแกรมเมอร์
5. ผู้ใช้งานระบบ
5.1 ผู้ใช้งานทั่วไป
5.2 ผู้ใช้งานสมัยใหม่ที่มีความรู้

วิวัฒนาการของฐานข้อมูลและแบบจำลองฐานข้อมูล
- ยุคที่ 1 ปี 1960s-1970s แบบจำลองข้อมูลเป็นระบบแฟ้มข้อมูล ซอฟต์แวร์ VMS/VSAM
- ยุคที่ 2 ปี 1970s แบบจำลองข้อมูลเป็นแบบลำดับชั้นและแบบเครือข่าย ซอฟต์แวร์ IMS, ADABAS, IDS-II
- ยุคที่ 3 ปี 1974-ปัจจุบัน แบบจำลองข้อมูลเป็นแบบเชิงสัมพันธ์ ซอฟต์แวร์ DB2, Oracle, MySQL, SQL Server, Access
- ยุคที่ 4 ปี 1985-ปัจจุบัน แบบจำลองข้อมูลเป็นแบบเชิงวัตถุ ซอฟต์แวร์ Versant, VFS/Fast Objects, DB2 UDB, Oracle 10 g
- ยุคของอนาคต ปีปัจจุบัน-อนาคต แบบจำลองข้อมูลเป็น XML ซอฟต์แวร์ dbXML, Oracle 10 g

ระบบจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์
ในปี 1970 ได้เกิดการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์สำหรับผู้ใช้ระบบ (Users) และนักออกแบบฐานข้อมูล (Database Designers) แนวคิดของการจัดเก็บข้อมูลในระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ทำให้ผู้ออกแบบฐานข้อมูลต้องออกแบบฐานข้อมูลในลักษณะของแบบจำลองข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Model) ซึ่งมีผลทำให้ข้อมูลเกิดความถูกต้องเป็นหนึ่งเดียว (Atomic Transmission)
ระบบจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ RDMBS ทำหน้าที่ในการจัดการทุกรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพ ขณะที่ผู้ใช้งานและผู้พัฒนาระบบสามารถมองเห็นข้อมูลที่พัฒนาในรูปแบบของกลุ่มตารางที่มีความสัมพันธ์กัน
โครงสร้างของตารางที่ใช้ในการเก็บข้อมูลมี 2 มิติ ประกอบด้วยแถว (Row) และคอลัมน์ (Column)

โครงสร้างข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Data Structure)
- ตาราง (Table)
- ตารางรายวิชา (COURSE)
- ตารางภาควิชา (DEPARTMENT)

รู้จักกับการใช้โปรแกรมจัดการระบบฐานข้อมูลด้วยโปรแกรม Microsoft Access
Microsoft Access เป็นโปรแกรมระบบจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (RDMBS : Relational Database Management System) สำหรับระบบงานขนาดเล็ก และสามารถติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลได้

คุณสมบัติทั่วไปของ Microsoft Access
- การสร้างและการออกแบบตาราง
- กำหนดความสัมพันธ์ของข้อมูลระหว่างตาราง
- สร้างและออกแบบฟอร์ม
- สร้าง Query
- สร้างและออกแบรายงาน
- สร้าง Data Access Page
- สามารถทำงานแบบอัตโนมัติด้วยชุดคำสั่งมาโคร
- สร้างโมดูลด้วยภาษา VBA

---------------------------------------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น: